วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เกร็ดความรู้ "การแบ่งซื้อแบ่งจ้าง"

         การจัดหาพัสดุที่มีลักษณะการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง ซึ่งเป็นการปฏิบัติที่ไม่ชอบด้วยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 22 วรรคสอง "การแบ่งซื้อแบ่งจ้างโดยลดวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างในครั้งเดียวกันเพื่อให้วงเงินต่ำกว่าที่กำหนดโดยวิธีหนึ่งวิธีใด หรือเพื่อให้อำนาจการสั่งซื้อสั่งจ้างเปลี่ยนไป จะกระทำมิได้ " การพิจารณาว่าการจัดหาพัสดุเป็นการแบ่งซื้อแบ่งจ้างหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาองค์ประกอบหลายๆด้าน
        การแบ่งซื้อหรือจ้าง เช่นการลดวงเงินจากที่ต้องดำเนินการโดยวิธีสอบราคา แล้วไปดำเนินการโดยวิธีตกลงราคา เป็นต้น
       ฉะนั้นการจัดหาพัสดุในแต่ละครั้ง เจ้าหน้าที่ผู้ปฏบัติงานต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เพื่อมิให้กระบวนการจัดหาพัสดุผิดทางละเมิดที่ทำให้ส่วนราชการเสียหาย

วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วิธีแก้ไขการบันทึกข้อมูลในระบบ e-GP


วิธีแก้ไขการบันทึกข้อมูลในระบบ e-GP
( การแก้ไขการส่งมอบงาน )
ในการยกเลิกเพื่อกลับไปแก้ไขข้อมูลในระบบ e-GP นั้น ต้องมีเลขที่โครงการที่เราจัดทำ เพื่อไม่ให้ไปยกเลิกข้อมูลที่ผิด และ ***การแก้ไขข้อมูลในระบบ จะต้องทำการแก้ไขย้อนมาจากขั้นตอนสุดท้ายไปหารายการที่ต้องการแก้ไข ***

มีขั้นตอนดังนี้
1. เข้าสู่หน้าหลัก แล้วคลิก ค้นหาโครงการ




2. กรอกเลขที่โครงการ ที่ต้องการแก้ไขข้อมูล แล้วคลิกค้นหา

.

3.หน้าจอจะแสดงการเข้าสู่โครงการ ตามภาพข้างล่างนี้


 4. คลิกที่ บอล 8  


เมื่อคลิกเข้าที่บอล 8 แล้ว จะแสดงหน้าจอดังภาพข้างล่างนี้

5. คลิก รายละเอียดแก้ไข


เมื่อคลิกรายละเอียดแก้ไขแล้ว จะแสดงหน้าจอดังภาพข้างล่างนี้

     6.  คลิก จัดทำเอกสารเบิกจ่าย


 เมื่อคลิกจัดทำเอกสารเบิกจ่ายแล้ว จะแสดงหน้าจอดังภาพข้างล่างนี้

7. คลิก ที่เลข 1 สีฟ้า (ในช่องครั้งที่ 1)


เมื่อคลิกที่เลข 1 สีฟ้า (ในช่องครั้งที่ 1) แล้วจะแสดงหน้าจอดังภาพข้างล่างนี้

8.  คลิก ยกเลิกดำเนินการดำเนินการขั้นตอนต่อไป 


จะมีข้อความแสดงว่า ต้องการยกเลิกการดำเนินการขั้นตอนต่อไปใช่หรือไม่ OK แล้ว จะแสดงหน้าจอดังภาพข้างล่างนี้

9. คลิก ยกเลิกรายการข้อมูล


จะขึ้นข้อความแสดงว่า ต้องการยกเลิกรายการข้อมูล ใช่หรือไม่ OK แล้ว จะแสดงหน้าจอดังภาพข้างล่างนี้

10. คลิก กลับสู่หน้าหลัก


เมื่อคลิกกลับสู่หน้าหลักแล้ว จะแสดงหน้าจอดังภาพข้างล่างนี้


     11.  คลิก ตรวจรับงาน


เมื่อคลิก ตรวจรับงาน แล้วจะแสดงหน้าจอดังภาพข้างล่างนี้


    12. คลิก ที่เลข 1 สีฟ้า (ในช่องครั้งที่ 1)


คลิกที่เลข 1 สีฟ้า (ในช่องครั้งที่ 1) ปล้วจะแสดงหน้าจอดังภาพข้างล่างนี้

13.  คลิก  ยกเลิกดำเนินการขั้นตอนต่อไป 


จะขึ้นข้อความแสดงว่า ต้องการยกเลิกดำเนินการขั้นต่อไปใช่หรือไม่ OK แล้วจะแสดงหน้าจอดังภาพข้างล่างนี้

14.       คลิก ยกเลิกรายการข้อมูล 


จะขึ้นข้อความแสดงว่า ต้องการยกเลิกรายการข้อมูล ใช่หรือไม่ OK แล้วจะแสดงหน้าจอดังภาพข้างล่างนี้

 15.       คลิก กลับสู่หน้าหลัก 



เมื่อคลิกกลับสู่หน้าหลัก จะแสดงหน้าจอดังภาพข้างล่างนี้

16.       คลิก ส่งมอบงาน 


เมื่อคลิกเข้าไปที่ ส่งมอบงาน หน้าจอจะแสดงดังภาพข้างล่างนี้


17.       คลิก ที่เลข 1 สีฟ้า (ในช่องครั้งที่) 



เมื่อคลิก ที่เลข 1 สีฟ้า (ในช่องครั้งที่) แล้วหน้าจอจะแสดงดังภาพข้างล่างนี้





        18.       คลิก ยกเลิกดำเนินการขั้นตอนต่อไป 



จะขึ้นข้อความแสดงว่า ต้องการยกเลิกดำเนินการขั้นต่อไปใช่หรือไม่ OK แล้วหน้าจอจะแสดงดังภาพข้างล่างนี้



19.       คลิกที่ เลข1 สีฟ้า (ในช่องครั้งที่) อีกครั้ง


เมื่อคลิกเข้าไปแล้วนั่นหน้าจอจะแสดงตามภาพข้างล่างนี้



      20.       คลิก ยกเลิกรายการข้อมูล



จะขึ้นข้อความแสดงว่า ต้องการยกเลิกรายการข้อมูล ใช่หรือไม่ OK แล้วหน้าจอจะแสดงดังภาพข้างล่างนี้


21.       คลิก กลับสู่หน้าหลัก



เมื่อคลิกกลับสู่หน้าหลัก หน้าจอก็จะแสดงดังภาพข้างล่างนี้ จากนั้นกะสามารถเข้าไปแก้ไขการส่งมอบงานได้ตามปกติ


สรุปวิธีการยกเลิก         ไม่ว่าจะแก้ไขถึงขั้นตอนใดๆก็ตามมีหลักการดังนี้
1. ต้องแก้ไขจากขั้นตอนสุดท้ายย้อนกลับไปหาข้อมูลที่ต้องการแก้ไข
                             2. ต้องคลิกที่ ยกเลิกดำเนินการขั้นตอนต่อไป
3. เมื่อยกเลิกการดำเนินการขั้นตอนต่อไปแล้วต้องย้อนกลับเข้าไปที่เดิม เพื่อ
ยกเลิกรายการข้อมูล อีกครั้งจึงจะเสร็จสมบูรณ์ในการยกเลิกรายการของแต่ละบอล






       













      






     






     





      






     







     



     


















     























































วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2555

แนวปฏิบัติในการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง

    ส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆได้มีการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อปฏิบัติราชการตามภารกิจของหน่วยงาน และเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2555 ได้มีแนวทางการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงออกมาให้เป็นแนวปฏิบัติตามหนังสือเวียนที่ กค (กวพ) 0421.3/ว462  เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการจัดซื้อน้ำมันเพลิงเพื่อใช้ในการปฏิบัติราชการตามภารกิจของหน่วยงาน

    การจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นโดยวิธีปกติแล้วจะต้องจัดซื้อตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุหรือระเบียบว่าด้วยการพัสดุของหน่วยงานนั้น ซึ่งตามหนังสือเวียนฉบับนี้ได้มีแนวปฏิบัติว่า

1. การจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนไม่ถึง 10,000 ลิตรนั้น ต้องปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุหรือระเบียบว่าด้วยการพัสดุของหน่วยงานนั้นๆ จะดำเนินการจัดซื้อโดยวิธีใดก็ขึ้นอยู่กับวงเงินในการจัดซื้อแต่ละครั้งหรือแต่ละกรณี

2. การจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนตั้งแต่ 10,000 ลิตรขึ้นไป ต้องปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุและต้องจัดซื้อจากปิโตเลียมแห่งประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันคือ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) หรือคลังน้ำมัน หรือสถานีบริการที่จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) โดยตรงและโดยวิธีกรณีพิเศษเท่านั้น


อ้างอิง : 1.ความหมายของน้ำมันเชื้อเพลิง
              2.แนวทางปฏิบัติในการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง

วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2555

fleet card คืออะไร

***คือบัตรอะไร ใช้อย่างไร และ มีประโยชน์อย่างไร***

           

            ในส่วนราชการบางหน่วยงานได้มีการนำ  fleet cards มาใช้ในหน่วยงาน แล้วมันคืออะไรหละมาดูความหมายกัน 

             fleet cards หรือเรียกว่าบัตรเติมน้ำมันรถราชกา ที่ออกโดยสถาบันผู้ออกบัตรเติมน้ำมันรถราชการเพื่อใช้สำหรับเติมน้ำมันรถราชการ ซึ่งการใช้งานนั้นหัวหน้าส่วนราชการเป็นผู้พิจารณาให้มีผู้รับผิดชอบ สามารถนำบัตรนี้ไปใช้งานกับผู้ที่ให้บริการตามเงื่อนไข  fleet cards ของหน่วยงาน


            ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้ fleet cards ไม่ว่าจะเป็นประหยัดค่าใช้จ่าย สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ จึงถือเป็นอีกทางเลือกที่ส่วนราชการต่างๆจะนำมาใช้ในหน่วยงาน





อ้างอิง:การใช้บัตรเติมน้ำมัน (Fleet Card)

ความหมายของคำว่า "น้ำมันเชื้อเพลิง"


          หน่วยงานต่างๆย่อมมีการใช้ยานพาหนะหรือใช้เครื่องจักร เครื่องมือที่มีการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อปฏิบัติราชการตามภารกิจต่างๆของหน่วยงาน เช่น ติดต่อธนาคาร ติดต่อหน่วยงานคลังจังหวัด เดินทางไปราชการโดยเบิกค่าน้ำมันจากหน่วยงาน เติมน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องตัดหญ้า  เป็นต้น

        เพราะฉะนั้นเราต้องรู้ถึงความหมายของคำว่าน้ำมันเชื้อเพลิง ว่ามีความหมายรวมถึงอะไรบ้าง ซึ่งตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 ให้ความหมายของน้ำมันเชื้อเพลิงว่า

“น้ำมันเชื้อเพลิง” หมายความว่า ก๊าซปิโตรเลียมเหลว น้ำมันเบนซิน น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับ
เครื่องบิน น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา น้ำมันหล่อลื่น และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอื่นที่ใช้หรืออาจใช้เป็นเชื้อเพลิงหรือเป็นสิ่งหล่อลื่น ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันดิบ หรือสิ่งอื่นที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการกลั่นหรือผลิตเพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวข้างต้น และให้หมายความรวมถึงสิ่งอื่นที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงหรือเป็นสิ่งหล่อลื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนดให้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา



อ้างอิง:"ความหมายน้ำมันเชื้อเพลิง" พระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543



วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

วงจรการจัดหาพัสดุ


วงจรการจัดหาพัสดุ
กำหนดความต้องการ : จัดหา : นำไปใช้ : บำรุงซ่อมแซม : ทำลายหรือจำหน่าย
1. การกำหนดความต้องการพัสดุ ให้คำนึงถึง :-
- กำหนดความต้องการให้พอดี - เป็นความต้องการแท้จริง - พัสดุที่ได้มาต้องทันเวลาใช้ ประเภทของความต้องการพัสดุ
1. ความต้องการขั้นต้น
2. ความต้องการทดแทน
3. ความต้องการสำรอง
4. ความต้องการชดเชยเวลาในการจัดหา
5. ความต้องการพิเศษ
2. การจัดหาพัสดุ : กระบวนการดำเนินการเพื่อให้ได้มา ซึ่งพัสดุที่ต้องการ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การจัดซื้อ (Purchashing) นั่นเอง การกำหนดคุณสมบัติเกี่ยวกับพัสดุก่อนจัดซื้อ 1. คุณสมบัติที่ถูกต้อง ด้านเทคนิค ความประหยัด ความแน่นอน
2. จำนวนที่ถูกต้อง
3. ราคาที่ถูกต้อง
4. เวลาที่ถูกต้อง
5. แหล่งผู้ขายที่ถูกต้อง
6. สถานที่จัดส่ง (คลังพัสดุผู้ซื้อ)
ขั้นตอนการจัดซื้อมีหลายขั้นตอนดังนี้
1. กำหนดความต้องการให้แน่นอน
2. กำหนดรายละเอียดให้ชัดเจน
3. การเดินเรื่องเพื่อขอจัดซื้อ
4. การเจรจากับแหล่งขาย
5. การวิเคราะห์ การประมูล หรือข้อเสนอของผู้ขาย
6. การติดตามเรื่อง
7. การตรวจสอบหลักฐาน
8. การตรวจสินค้า และรวบรวมเอกสาร
3. การแจกจ่าย : ขั้นตอนที่จะต้องจัดระบบควบคุมพัสดุ ก่อนที่จะจ่ายไปยังหน่วยงาน
ต่าง ๆ ที่มาขอเบิกใช้
การควบคุมได้แก่ การควบคุมทางบัญชี และ การควบคุมการจัดสนอง
การเบิกพัสดุ - เป็นหน้าที่ของหน่วยผู้เบิกที่จะเบิกไปใช้ในหน่วยงาน ของตนเอง
ซึ่งจะใช้วิธีการเบิกอย่างไร ให้พิจารณาถึง ความเหมาะสมและความจำเป็น
- บางครั้งหน่วยงานอาจต้องส่งคืนพัสดุ เพราะเบิกเกิน ความต้องการ
หรือยืมไปใช้ชั่วคราว
4. การบำรุงรักษา : การกระทำใด ๆ ที่มุ่งหมายที่จะรักษา ให้ครุภัณฑ์ต่าง ๆ อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ หรือที่ชำรุด กลับคืนสู่สภาพที่ใช้งานได้ ประเภทของการบำรุงรักษา
1. บำรุงรักษาแบบป้องกันเสีย
- การทำความสะอาด
- การตรวจสอบสภาพ
- การปรับแต่ง/หล่อลื่นด้วยน้ำมัน
- การใช้คู่มือการใช้
2. บำรุงรักษาแบบซ่อมแก้ไข
- การแก้ไข
- การซ่อมใหญ่
- การดัดแปลง
- การยุบรวม
5. การจำหน่ายพัสดุ : การปลดเปลื้องความ รับผิดชอบเกี่ยวกับวัสดุ ครุภัณฑ์ออกจาก การควบคุม และความรับผิดชอบของผู้ใช้ หรือฝ่ายบริหารพัสดุ
ประเภทของพัสดุเพื่อการจำหน่าย
1. พัสดุสิ้นเปลือง หมายถึง พัสดุที่นำเอาไปใช้งานแล้ว
- ย่อมหมดสิ้นไม่คงรูป ไม่คงสภาพ/ไม่มีคุณค่าในการ
- ใช้งานเหมือนเดิม
2. พัสดุถาวร
2.1 พัสดุถาวรกำหนดอายุ ได้แก่ รถยนต์
2.2 พัสดุถาวรไม่กำหนดอายุ ได้แก่ เครื่องจักรกล
3. ชิ้นส่วนซ่อม หมายถึงองค์ประกอบ ส่วนประกอบ และชิ้นส่วนที่มีไว้เพื่อการซ่อมบำรุง
สาเหตุของการจำหน่ายพัสดุ
1. การสูญหาย
2. การชำรุด
3. การเสื่อมสภาพ
4. การเกินจำนวน / เหลือใช้
5. การล้าสมัย










วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เบิกจ่าย "จำเป็น เหมาะสมและประหยัด"

"จำเป็น เหมาะสม และประหยัด"

                ในส่วนราชการ การจะกระทำการจัดซื้อจัดจ้างใดๆ  เจ้าหน้าที่ผู้จัดจัดซื้อจัดจ้างจักต้องมีความตระหนักถึง ความจำเป็น ความเหมาะสมและประหยัดทุกครั้ง เพื่อประโยชน์สูงสุดของทางราชการ
               
                มีการกล่าวถึงว่าการจัดซื้อจัดจ้างสิ่งไหนที่กระทำได้หรือไม่ได้มีระเบียบไหมยังไง ในที่นี้มีระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายหมวดของค่าใช้สอย มาฝากกัน
             
                 ค่าใช้สอย ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของส่วนราชการ พ.ศ.2553 หมวด 2 ค่าใช้สอย ได้กล่าวว่า 

                ค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าใช้สอย ให้หัวหน้าส่วนราชการเบิกจ่ายตามความจำเป็น เหมาะสม ประหยัดและเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ทั้งนี้ ตามที่กระทรวงการคลังกำหนดว่า
                
                ค่าใช้จ่ายค่าใช้สอยดังต่อไปนี้ มิให้เบิกจ่าย ได้แก่

1. ค่าจัดทำสมุดบันทึก สมุดฉีกหรือของชำร่วย เนื่องในวโรกาสต่างๆ
2. ค่าจัดพิมพ์ จัดส่ง ค่าฝากส่งเป้นรายเดือน สำหรับบัตรอวยพรในเทศกาลต่างๆและค่าจัดพิมพ์นามบัตร ให้กับบุคลากรภายในส่วนราชการ
3. ค่าพวงมาลัย ดอกไม้ ของขวัญ หรือของเยี่ยมผู้ป่วย เพื่อมอบให้กับส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานเอกชน บุคคล เนื่องในโอกาสต่างๆ
4. ค่าทิป
5. เงินหรือสิ่งของบริจาค
6. ค่าใช้จ่ายในการจัดสวัสดิการ หรือการจัดกิจกรรมนันทนาการภายในส่วนราชการ

บทสรุปคือต้องคำนึงถึงความจำเป็นต้องใช้จริง ความเหมาะสม ความประหยัดและประโยชน์อย่างแท้จริงของทางราชการนั้นเป็นสำคัญ